จากคู่แข่งเป็นคู่ค้า หารือร่วม JTC ไทย-เวียดนาม

จากคู่แข่งเป็นคู่ค้า หารือร่วม JTC ไทย-เวียดนาม

ในการประชุม JTC ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 3 ณ กรุง ฮานอย ประเทศเวียดนาม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ได้ประชุมร่วมกับ นาย Tran Tuan Anh (เฉิ่น ตว๊วน แอนห์)​ รัฐมนตรีว่การกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและแก้ปัญหาการค้าการลงทุน โดยตั้งเป้าการค้าสองฝ่ายที่ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2563

นายสนธิรัตน์ เปิดเผยว่า การประชุม JTC เป็นกลไกการหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับเวียดนาม โดยฝ่ายไทยได้หารือกับฝ่ายเวียดนามเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกันหรือเอื้อประโยชน์ต่อกัน เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าเพื่อลดขั้นตอนการนำเข้ารถยนต์ จากผลกระทบกฏหมายใหม่ของเวียดนามที่กำหนดให้ต้องมีการตรวจมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้กระบวนการนำเข้าต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นจาก 3 วันเป็น 30วัน ซึ่งฝ่ายไทยเสนอให้ใช้ห้องแล็บฝ่ายไทย และส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมช่วยตรวจสอบ

ขณะที่ทางฝ่ายเวียดนามต้องการเปิดตลาดสินค้าประเภทผลไม้ 5 ชนิด ได้แก่ ลูกน้ำนม น้อยหน่า เงาะ เสาวรส ส้มโอ จึงอยากให้ฝ่ายไทยเร่งรัดกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางศัตรูพืช เพื่อให้ผลไม้เวียดนามส่งออกมาไทยได้บ้าง หลังจากที่ไทยส่งออกผลไม้เข้าเวียดนามมาแล้ว 28 ชนิด

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนเวียดนาม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม JTC ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 3 โดยในเบื้องต้นมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมมากกว่า 15 ราย ครอบคลุมประเภทธุรกิจ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พลังงาน เป็นต้น โดยฝ่ายเวียดนามสนใจเข้าร่วมถึง 70 ราย เพื่อเจราจานำเข้าสินค้าไทย

ปัจจุบันเวียดนาม เป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในอาเซียน และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของไทยในโลก การค้าของไทยกับเวียดนาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2556-2560) มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 13,141.13 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 9.74 ต่อปี ในปี 2560 การค้ารวมไทย-เวียดนาม มีมูลค่า 16,634.99 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญไปเวียดนาม ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ขณะที่สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน น้ำมันดิบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์