9 เหตุผลที่คนเก่ง ก้าวไปได้ไม่ไกลในสายงาน

9 เหตุผลที่คนเก่ง ก้าวไปได้ไม่ไกลในสายงาน

9 เหตุผลที่คนเก่ง ก้าวไปได้ไม่ไกลในสายงาน

ความฉลาด ความเก่ง ความรอบรู้ การเป็นดาวเด่นในที่ทำงาน การได้มีโอกาสเป็น Keyman ของโปรเจกต์สำคัญหลาย ๆ เรื่อง หากมองในแง่ความก้าวหน้าก็ถือว่าเป็นคนทำงานที่ฉายแววโดดเด่น มีโอกาสไปได้ไกลในสายงานมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ความสำเร็จที่ได้รับในขั้นแรก ๆ ของการทำงานนี่แหละ ที่บางครั้งก็อาจเป็นดาบสองคม ทำให้คนเก่งหลาย ๆ คน ติดกับดักความเก่งของตัวเอง จนในที่สุดไม่สามารถไปได้ไกลในสายงานได้ตามที่มุ่งหวัง

อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเก่งไม่สามารถไปได้ไกลในสายงาน ความเก่งทำให้เราหลงลืมอะไรไป หรือนำไปสู่เรื่องเฟล ๆ ในการทำงานได้อย่างไรบ้าง jobsDB ชวนให้คนทำงานหันมาคิด พิจารณาตัวตน แล้วค้นหาจุดแห่งความสมดุล ที่จะเกื้อหนุนทั้งความสำเร็จในสายงาน และความสุขในชีวิตดังที่ทุกคนต้องการ

คนเก่งที่ไปได้ไม่ไกล

1. คนเก่งที่ทำทุกอย่างคนเดียว

การที่คนเก่งชอบทำอะไรเองทุกอย่าง น่าจะเกี่ยวข้องมาจากข้อที่แล้วว่าชอบให้ทุกอย่างเป๊ะ ๆ พอคนอื่นทำไม่ได้ดั่งใจ ก็เลยเกิดความไม่ไว้ใจ ต้องลงมือทำทุกอย่างเพียงลำพัง ประกอบกับอยากได้หน้าโชว์ความเก่งของตัวเองแบบเต็ม ๆ ก็ยิ่งไม่ปล่อยให้เพื่อนร่วมงานได้ทำหน้าที่ตามที่ควรจะเป็น คนเก่งประเภทนี้หากต้องเจองานสเกลใหญ่ที่ต้องใช้ทีมงานหมู่มากในการทำงาน รับรองว่าไปต่อไม่ได้ เพราะไม่ถนัดทีมเวิร์คนั่นเอง

2. คนเก่งที่เป็น Perfectionist

คนเก่งหลาย ๆ คนมักจะยึดติดกับความสมบูรณ์แบบทั้งกับตัวเองและผู้คนรอบข้าง จนหลงลืมไปว่าโลกเรานั้นไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100% แม้กระทั่งตัวเราเอง มีความเก่งด้านนี้ แต่ก็อาจไม่เชี่ยวชาญในด้านอื่น หรือก่อนที่จะเก่งขึ้นมาได้ ก็ต้องเริ่มต้นจากการไม่รู้มาก่อน คนเก่งที่ชอบให้ทุกอย่างเป๊ะ ๆ ได้อย่างใจไปเสียทุกเรื่องอย่างนี้ แน่นอนว่าพอไม่ได้ดั่งใจ ก็มักจะหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่บ่อย ๆ ใครก็เข้าหน้าไม่ติด พลอยทำให้ตัวเองและคนรอบข้างไม่มีความสุขโดยไม่รู้ตัว

3. คนเก่งที่หลงตัวเอง

เป็นธรรมดาของคนเราที่เมื่อได้รับการชื่นชมบ่อย ๆ ก็มักจะเกิดความภาคภูมิใจ แต่หากมากเกินไปก็อาจเข้าขั้นของอาการหลงตัวเอง ชอบคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใคร ๆ ชอบให้คนมาชมเชย อยู่กับความสำเร็จเก่า ๆ  พอหลงตัวเองแล้วก็จะชอบดูถูกคนอื่นไปทั่ว ด้วยความคิดว่าไม่มีใครเก่งกว่าตัวเรา ชอบหลงตัวเองอย่างนี้ เพื่อน ๆ ยี้ ไม่อยากอยู่ใกล้ แถมไม่มีใครจริงใจด้วยอย่างแน่นอน

4. คนเก่งที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล

คนเก่งบางคนชอบยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง คนรอบข้างต้องคล้อยตาม เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเรื่อง แถมยังต้องเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างตามที่พวกเขาแนะนำ ใครแย้งหรือเห็นต่างขึ้นมา ถึงกับยอมไม่ได้ ต้องทุ่มเถียงกันจนอีกฝ่ายจนมุมให้ได้ ไม่ยอมรับความแตกต่างของผู้คนรอบข้างแบบนี้ อยู่ร่วมกับใครก็คงมีแต่เรื่องปวดหัวยุ่งยากใจตลอดเวลา

5. คนเก่งที่หลงลืมความรู้สึกคนรอบข้าง

คนบางคนเก่งรอบรู้ไปเสียทุกอย่าง ไม่รู้อยู่อย่างคือความรู้สึกของคนรอบข้าง บางครั้งก็หลงลืมไปว่าความสำเร็จที่ได้มานั้น อาจไม่ได้มาจากตัวเราเองล้วน ๆ อาจมีหลายคนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เผลอมองข้าม ไม่เห็นความสำคัญ ไม่ยกย่องแสดงความขอบคุณกันอย่างจริงใจ ถึงคราวต่อไปอาจไม่มีใครอยากช่วยเหลือเราอีกแล้วก็ได้

6. คนเก่งไม่สนใจระบบอาวุโส

คนเก่งก็มักจะมีอคติกับบรรดารุ่นพี่ในที่งานว่า ฉันเด็กกว่า ฉันเก่งกว่า คนเก่าคนแก่ไม่ทันยุคสมัย อะไร ๆ ก็ชักช้า ไม่ทันโลกสักอย่าง หรือที่แย่กว่าก็คือเลือกปฏิบัติ ทำดีเฉพาะกับผู้อาวุโสที่มีตำแหน่งใหญ่ มีสิทธิตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ นอกนั้นมองไม่เห็นหัว ไม่จำเป็นต้องอ่อนน้อมถ่อมตนกับใคร ก็เป็นแบบนี้ใครจะถูกชะตา คะแนนติดลบในสายตาเพื่อนร่วมงานแบบสุด ๆ

7. คนเก่งบางคนมาจากการฉวยโอกาส

คนเก่งบางคนก็ฉลาดแกมโกง อยากได้หน้าโดยไม่ต้องลงมือเองให้เหนื่อย ฉวยโอกาสจากการอยากแจ้งเกิดของเด็กใหม่ ๆ ให้เด็กคิดไอเดีย เรา present ให้ สบาย ๆ พอใส่เครดิตก็เอาแต่ตัวเองไม่แบ่งใคร ทั้งได้หน้าคนเดียว แถมยังได้สกัดดาวรุ่งไปในตัว เป็นแบบนี้บ่อย ๆ สักวันงานจะเข้าแบบไม่รู้ตัว

8. คนเก่งที่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว

คนเก่งทั้งหลายพอคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ก็พอแล้ว ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก หยุดพัฒนาตัวเองไปโดยปริยาย ลืมไปว่าโลกทุกวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คนเก่งที่ติดกับดักความสำเร็จในอดีตของตัวเองก็จะไม่ยอมขวนขวายต่อยอดความรู้ใหม่ ๆ สุดท้ายก็โดนเด็กรุ่นใหม่หรือคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอแซงหน้าไปไกล ทิ้งกันแบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว

9. เป็นคนเก่งที่ไม่ดี

การเป็นคนเก่ง แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติของการเป็นคนดี มีคุณธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องร้าย ๆ หรือปัญหายุ่งยากในการทำงานเสมอ จะด้วยความประมาท หรือเคยทำให้คนอื่นผูกใจเจ็บไว้มาก สุดท้ายปัญหาต่าง ๆ ก็จะประดังประเดเข้ามา เพื่อนร่วมงานก็หนีหน้าไม่ให้ความช่วยเหลือ สุดท้ายก็ไม่เหลือใคร แพ้ภัยตัวเองในที่สุด

ในโลกของการทำงาน ไม่มีทางที่เราจะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องอาศัยคนทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ กัน คอยเกื้อหนุนขับเคลื่อนให้งานเดินหน้าไปได้อยู่เสมอ การเป็นคนเก่งเพียงคนเดียวคงไม่มีประโยชน์อะไร หากไม่สามารถทำงานร่วมกับใครได้ อย่ายึดติดกับทุกสิ่งทุกอย่าง เดินทางสายกลาง เคารพและให้เกียรติคนทำงานทุกคนอย่างจริงใจ จำไว้ว่าไม่มีใครเก่งทุกอย่าง ตัวเราก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง มองการณ์ให้ไกลเข้าไว้ มองอะไรให้พ้นไปจากผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วคนทำงานจะค้นพบจุดสมดุลระหว่างความสุขกับความสำเร็จในการทำงานได้ ไม่ติดกับดักการเป็นคนเก่งอีกต่อไป

RELATED POSTS