Articles

ขั้นตอนแบบไหนที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ?

สิ่งที่ทีมต้องทำคือ 1) การกำหนดชิ้นงานที่ทีมต้องปฏิบัติ 2) มอบหมายงานให้แก่สมาชิกอย่างเหมาะสม 3) การกำหนดตารางเวลาการทำงาน ซึ่งการวางแผน การมอบหมายงานและการกำหนดตารางเวลาในการทำงานลงในแผนภูมิแกนท์ (Gantt chart) และแผนภูมิเพิร์ท (PERT chart) 4) วิเคราะห์ เป้าหมายของทีม โดยผู้มีทักษะในด้านการจัดการระบบการทำงานและทักษะในการแก้ปัญหา ส่วน กระบวนการทำงานของทีมเกิดจากความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิก รวมทั้งผู้นำของทีม โดยกระบวนการนี้อาจจะเกิดประสิทธิผลหรือไม่ก็ได้ ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะช่วยให้ทีมสามารถบรรลุเป้าหมายที่องค์กรกำหนดไว้ได้ ซึ่งในการทำงานจะต้องมีขั้นตอนหลายขั้นตอนแตกต่างกันไป ซึ่งการทำงานเป็นทีมย่อมต้องมีกระบวนการเช่นกัน โดยกระบวนการทำงานเป็นทีม มี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นการเตรียมการเป็นขั้นที่จะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการกำหนดวัตถุประสงค์ที่สำคัญ อำนาจและหน้าทีในการทำงานเป็นทีม 2) ขั้นการสร้างเงื่อนไขในการปฏิบัติงาน เป็นขั้นที่มีการจัดหาทรัพยากรด้านวัตถุและทรัพยากรมนุษย์ และมีการสนับสนุนจากองค์กรเพื่อให้การปฏิบัติงานประสบความสำเร็จ 3) ขั้นตอนการจัดตั้งและสร้างทีม ประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ พนักงานในองค์การควรจะกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจน สมาชิกต้องยอมรับวัตถุประสงค์ของทีมงาน และทราบว่าจะต้องมีวิธีการอย่างไรให้บรรลุวัตถุประสงค์ของทีม 4) ขั้นการจัดหาความช่วยเหลือ ผู้บริหารสามารถช่วยเหลือสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาและวิธีการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นโดยการจัดหาทรัพยากรที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน   อ้างอิง สุรีพร พึงพุทธคุณ. (2550). การบริหารจัดการทีมงาน. […]

เพื่อผลสำเร็จขององค์กร การทำงานเป็นทีมสำคัญแค่ไหน

การทำงานเป็นทีมเกิดจากการที่บุคคลร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ และความรับผิดชอบ โดยสื่อสารให้เข้าใจวัตถุประสงค์ขององค์การหรือเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน มีการดำเนินงานที่สอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างที่สุด เพื่อให้งานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การทำงานเป็นทีมมีความสำคัญต่อบุคคลในองค์กรคือ 1) ทำให้ทีมเกิดความสามัคคีและสมาชิกในทีมงานมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันช่วยเหลือกันในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เดียวกันและเป็นการสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีด้วย 2) ทีมจะเป็นผู้สร้างงานจากงานเล็กไปสู่งานที่ใหญ่ขึ้นและงานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จ 3) สมาชิกทุกคนมีการปรึกษาหารือกันเพื่อสร้างมาตรฐานของงาน ในเวลาเดียวกันสมาชิกสามารถพัฒนาตนเองไปพร้อมกับความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าของทีมงาน 4) มาตรฐานในการทำงานที่ดีองค์การจะส่งผลดีต่อการกำหนดมาตรฐานงานแก่ทีมงานในหน่วยงานอื่นขององค์กรเดียวกัน ซึ่งทำให้ภาพรวมของมาตรฐานการทำงานขององค์กรมีการพัฒนาไปด้วย 5) ทำให้องค์กรมีมาตรฐานงานที่ดีส่งผลให้องค์กรมีการเจริญเติบโต มีบรรยากาศในการทำงานที่ดี สมาชิกมีความคิดริเริ่มหลากหลาย และลดความขัดแย้งในการทำงาน สรุปความสำคัญของการทำงานเป็นทีมนั้นจะช่วยให้เกิดความสำเร็จในงานต้องมีปฏิสัมพันธ์ส่งเสริมและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้สมาชิกและทีมมีศักยภาพและมีความพร้อมในการทำงาน ทีมที่สามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ ต้องประกอบด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีม เพื่อให้เกิดความสามัคคีระหว่างสมาชิกในทีมในการร่วมกันแก้ปัญหาโดยอาศัยความร่วมมือซึ่งกันและกัน สมาชิกมีการพัฒนาตนเอง มีการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไปพร้อมกับความสำเร็จของทีมงาน ส่งผลทำให้องค์กรเจริญเติบโตมีมาตรฐานที่ดี อ้างอิง วิภาพร มาพบสุข. (2543). มนุษยสัมพันธ์. ซีเอ็ดยูเคชั่น. ประจักษ์จินต์ โสภณพนิชกุล. (2566). การพัฒนากลยุทธ์จิตวิทยาเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน ของหัวหน้าหน่วยงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูบริษัทเอกชน. วารสารพฤติกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 29(1), 106-117.

องค์กรแบบไหน ที่ดึงดูดให้คนเก่งอยากร่วมงานด้วย

องค์กรไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหนหากปราศจาก “คน” ก็เป็นเพียงตึกหรืออาคารเท่านั้น เพราะคนคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร และแน่นอนว่าหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญขององค์กรก็คือ การหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย ซึ่งสิ่งที่ทำให้องค์กรสามารถดึงดูดคนเก่งมาร่วมงานด้วยได้และสามารถรักษาคนเก่งไว้ได้ก็คือ “วัฒนธรรมองค์กร” นั่นเอง 1. Trust : สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความความเชื่อใจและความยืดหยุ่น หรือให้ความเป็น Ownership แก่คนในองค์กร เพราะความรู้สึกเป็นเจ้าของทั้งบริษัทจะทำให้พนักงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องมีความรู้สึกห่วงใย และไม่ว่ามีปัญหาเรื่องใดก็มีความรู้สึกอยากแสดงความรับผิดชอบ เมื่อเกิดวัฒนธรรมความเชื่อใจแล้ว มันจะช่วยลดการปัดความรับผิดชอบ หรือเกี่ยงงานลงไปได้มากทีเดียว และยังสร้างลักษณะการทำงานแบบยืดหยุ่นซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่อีกด้วย เช่น การ Work From Anywhere , การเข้าออกงานอย่างยืดหยุ่นแบบ Flexible Time สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานได้ออกแบบชีวิตและเวลาเป็นของตัวเอง คนเก่งจะได้ฉายแสง และแต่ละคนจะได้ดึงจุดแข็งและศักยภาพตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ 2. Workplace Environment : สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การทำงาน สภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การทำงานนั้นไม่ใช่แค่บรรยากาศและความสวยงามของออฟฟิศ แต่รวมไปถึงบรรยากาศที่เอื้อให้อยากทำงาน สร้างสภาพแวดล้อมที่มีความสุข สนุก ทำให้พนักงานอยากมาทำงานทุกวัน เมื่อไหร่ที่สภาพแวดล้อมในการทำงานดี ไม่ Toxic ผลลัพธ์ในการทำงานก็จะออกมาดีด้วยเช่นกัน 3. Talent attract Talented People : วัฒนธรรมองค์กรที่คนเก่งดึงดูดคนเก่ง […]

ตัวอย่างการทำกิจกรรม CSR ขององค์กรต่างๆ

กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกสั้นๆว่า CSR นั้นช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆกับภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร ที่เป็นแนวคิดสำคัญในการทำธุรกิจสมัยนี้ด้วยการที่องค์กรทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ที่นอกเหนือจากเรื่องของรายได้แต่ยังแสดงออกถึงความใส่ใจในสังคมกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสร้างให้เกิดความน่าเชื่อถือจากกลุ่มผู็บริโภคได้เป็นอย่างดี CSR กลายเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างผลกำไรแต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวมทั้งชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกระแสของการทำเพื่อสังคมนั้นก็ได้กลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญและสนับสนุนองค์กรที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมในทุกๆมิติ การทำกิจกรรมเพื่อสังคมนั้นจะช่วยสร้างให้เกิดความไว้ใจ ความน่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ และการสนับสนุนในการทำสิ่งต่างๆเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่องค์กรใหญ่ๆหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เราลองมาดูตัวอย่างองค์กรระดับโลกว่าเค้ามีวิธีทำ CSR กันอย่างไร TOMS – One for One Campaign Source: jamesgood.co.uk/blog/exceptional-heart-sole รองเท้าแบรนด์ TOMS นับเป็นแบรนด์รองเท้าที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่มีชื่อเสียงระดับโลกกับแคมเปญ One for One หรือซื้อรองเท้า 1 คู่ TOMS จะบริจาค 1 คู่ ซึ่งเกิดจาก Blake Mycoskie ผู้ก่อตั้งที่บังเอิญไปพบเห็นเด็กๆชาวอาเจนตินาเติบโตในชุมชนโดยไม่มีรองเท้าใส่ เลยเกิดเป็นความคิดดีๆในการทำรองเท้าคู่ใหม่ 1 คู่ ให้กับเด็กๆที่ขาดแคลนเมื่อมีลูกค้าซื้อรองเท้าของ TOMS 1 […]

ทำความรู้จักกิจกรรมเพื่อสังคม ที่องค์กรควรรู้ (CSR)

กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่า CSR เป็นแนวคิดในการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร เพื่อทำให้สังคมนั้นอยู่อย่างมีความสุข แนวคิดเรื่อง CSR นั้นจะช่วยให้บริษัทคำนึงถึงความรู้จักผิดชอบกับการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสังคมในมิติต่างๆ ทั้งตัวบริษัท พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง ประชาชน สังคม สิ่งแวดล้อม หน่วยงาน องค์กรต่างๆ หรือที่เรียกว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ในทางปฏิบัติคำว่า CSR อาจเรียกได้ว่าความเป็นพลเมืองที่ดี (Corporate Citizenship) ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบในทุกๆด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม หากบริษัทไหนเริ่มต้นที่จะนำแนวคิด CSR มาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความน่าชื่อถือให้กับบริษัทเอง รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ในการสร้างธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าพร้อมกับคืนกำไรต่างๆสู่ชุมชนและสังคม ดังนั้น CSR จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำธุรกิจสำหรับองค์กรใหญ่ๆทุกบริษัท และกลายเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรมต่อเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมธุรกิจ คู่แข่ง และอุตสาหกรรม ประเภทของ CSR CSR นั้นแบ่งได้ออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR-After-Process) เป็นการดำเนินกิจกรรมขององค์กรที่แสวงหากำไรในธุรกิจต่างๆ และนำเงินส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้จากการสินค้าหรือบริการ ที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการผลิต การขายสินค้าหรือบริการของบริษัท เป็นกิจกรรมที่ถูกวางแผนและทำขึ้นมาหลังจากการดำเนินธุรกิจ เช่น การบริจาคเงินสมทบทุน การบริจาคเงินช่วยเหลือภัยพิบัติ การสร้างโรงเรียนในต่างจังหวัด […]

1 2 3 4 88