Articles

เราทุกคนล้วนมีศักยภาพมากพอ

เคยมีคนบอกผมว่า ถ้าเราใส่ใจต่อสิ่งที่เรารักและหลงใหลเกี่ยวกับงานที่ทำ ต่อให้วันนั้นคุณจะยุ่งสักแค่ไหน คุณก็จะหาเวลามาให้สิ่งที่คุณอยากทำจนได้ เหตุผลนี้เล่นเอาผมจุกไปพักหนึ่งทันทีที่ได้ยิน ทำไมนะเหรอ นั่นเพราะเมื่อคุณรู้ว่าเหตุผลนี่มันมีตรรกะมากพอ การอ้างว่ายุ่งหรือไม่มีเวลาในการทำงานที่เราต้องรับผิดชอบ จึงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่แสดงถึงการไร้ซึ่งความรับผิดชอบไปเต็ม ๆ ถ้าให้สารภาพบาปต่อหน้าสาธารณะ ผมเองก็เคยเป็นพวกแอบอ้างและใส่ร้ายต่อเวลาและอาการหลงลืมในการทำงานอยู่บ้างในบางครั้ง ว่าเวลาไม่พอบ้าง ลืมคิด ลืมทำบ้าง ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่มืออาชีพไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ สู้ทำงานออกมาแล้วเกิดความผิดพลาดหรือล้มเหลวให้เกิดบทเรียนใหม่มาพัฒนางานต่อ ยังดีกว่าการอ้างอย่างผู้พ่ายแพ้ที่ขี้เกียจและไร้ความรับผิดชอบเช่นนั้น การเขียนมาเช่นนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าวิธีคิดแก้ไขปัญหาต่องานเช่นนั้นมีแต่เสียกับเสีย ที่สำคัญกว่านั้นหลายคนอาจตั้งคำถามว่า ก็เพราะฉันยังไม่เจอสิ่งที่ชอบนะสิ เมื่อเรายังไม่เจอสิ่งที่ชอบก็จงให้เกียรติต่องานที่ถูกมอบหมายมาให้เราดูแลแล้วกันครับ ถ้าคิดได้เช่นนี้ ผมเชื่อว่าต่อให้เรามองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แต่คนที่มอบหมายงานให้เราอย่างจริงจัง ก็น่าจะมองเห็นศักยภาพหรืออะไรบางอย่างว่า เราสามารถบริหารจัดการและรับผิดชอบงานชิ้นนี้ได้ไม่มากก็น้อย ปัญหาที่จะตามมาคือ ความไม่มั่นใจในศักยภาพต่องานที่ทำของตัวเอง ซึ่งผมเองก็เคยเป็นครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกกับตัวเองคือลองตั้งใจกับมันดูและต้องอาศัยเวลาในการเลี้ยงพัฒนาการประสบการณ์ของการทำงานให้เติบโต ถ้าเปรียบเป็นเส้นกราฟ ผมเชื่อว่าความมุ่งมั่นที่เรามีกับเวลาที่เราฝึกฝนนั้น กราฟจากจุดเริ่มต้นจะเติบโตอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน เอาจริงส่วนตัวเชื่อว่าเราทุกคนมีศักยภาพทั้งนั้น ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับการให้โอกาสตัวเองในการฝึกฝนครับ เขียนแล้วนึกถึงการทดลองของ ไมค์ บอยด์ ยูทูปเบอร์หนุ่มชาวสก็อตที่ได้ทดลองการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้แก่ตัวเอง เพื่อสังเกตว่าความสามารถของตนเองนั้นมีพัฒนาการมากขึ้นหรือไม่ ถ้าใครได้ติดตามวิดีโอของหนุ่มคนนี้จะเห็นว่าแต่ละกิจกรรมใหม่ ๆ ที่เขาทดลองและเรียนรู้นั้นไม่มีอันไหนง่ายเลย เช่น การขี่จักรยานสองล้อแบบนักกายกรรม การโยนบอลแบบ Joggling การปั่นจักรยานยกล้อเป็นเวลานานๆ การหัดแก้ Rubik ให้สีตรงเท่ากันทุกด้าน การปาไพ่ใส่ผลแอปเปิ้ล […]

เตรียมพร้อม Work From Home ยังไงไม่ให้วุ่นวายตอนทำงานจริง

คนทำงานหลายคนในช่วงนี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนหรือต้องเตรียมตัวทำงานที่บ้านกันบ้างแล้ว แต่การทำงานแบบ Work from Home เป็นการทำงานที่คนทำงานออฟฟิศหลาย ๆ คนที่ยังไม่คุ้นชิน และห่วงหน้าพะวงหลังว่าต้องเอาอะไรจากออฟฟิศกลับบ้านบ้าง จะทำงานกันยังไง แล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง เลยอยากชวนคนทำงานทุกคนมาวางแผนและเตรียมตัวสำหรับการ Work from Home ให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดกัน     เตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน เมื่อพูดถึง Work from Home กับเรื่องการทำงาน ปัญหาแรกที่คนทำงานออฟฟิศมาตลอดต้องเจอคือ เราไม่สามารถเดินไปถามพี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หรืออัปเดตงานได้สะดวกอย่างเคย คนที่เป็นหัวหน้าจึงต้องวางแผนการอัปเดตงานของแต่ละคนในทีม ว่าจะใช้วิธีไหนให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุดในขณะที่แต่ละคนต่างทำงานอยู่ไกลกัน ซึ่งก็มีหลายแอปพลิเคชันที่ทำมาเพื่อให้เราอัปเดตงานกันแบบ Online ได้ อย่าง Trello, Asana, Google Calendar หรือ Microsoft Teams   อีกส่วนหนึ่งคือเวลาการทำงาน ซึ่งต้องคุยกับทีมให้ชัดเจนว่าจะทำงานแบบไหน Office Hours: 9 โมงเริ่มงาน 6 โมงเย็นเลิก พักเที่ยง 1 ชั่วโมง จะต้องติดต่อได้ตลอดเวลาทำงาน Flexible Hours: สามารถทำงานเวลาไหนของวันก็ได้ แต่จะมีการกำหนด Deadline ของแต่ละงานว่าต้องส่งเมื่อไหร่แทน   ตั้งการวัดผลตัวงานชั่วคราว (กรณีที่ทำได้) ขึ้นมาแทนก่อน อย่างเช่นการเข้าประชุมแบบ Video Conference ว่าแต่ละคนมาเข้าประชุมได้ตรงเวลา และงานที่มอบหมายไปนั้นสามารถทำเสร็จตรงตามเวลาและมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายมากแค่ไหน หากเขาทำได้ไม่ดีก็อาจจะให้เขาปรับปรุง สร้างบทลงโทษ หรือกลับไปทำงานในออฟฟิศแบบเดิม   เตรียมพร้อมสำหรับการสื่อสาร เมื่อทำงานโดยไม่เจอหน้ากันเหมือนเดิม ก็ต้องหาวิธีอื่น ๆ มาทดแทน เราจึงต้องเตรียมพร้อมช่องทางในการประชุมให้ชัดเจน […]

ทำงานที่บ้านยังไงให้ได้งาน

ในช่วงที่ COVID-19 ใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที การหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านจึงเป็นสิ่งที่หลายคนแนะนำ และการ Work from Home หรือการทำงานที่บ้านก็ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งมาตราการที่หลายบริษัทเลือกใช้ เพราะการไม่ต้องเข้าออฟฟิศลดความเสี่ยงในการติดและแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 จากการพบปะกับผู้คนได้มาก ไม่ว่าจะจากคนแปลกหน้าในรถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งคนที่ทำงานอยู่ออฟฟิศเดียวกัน เพราะเราแทบจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราหรือคนรอบตัวเราเป็นพาหะของเชื้ออยู่รึเปล่า   แต่ความอิสระที่ได้มานี้ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนคือ วินัยในตัวเอง เมื่อไม่มีหัวหน้ามายืนมอง รวมไปถึงความสะดวกสบายที่จะนั่งหรือนอนทำงานที่บ้านตอนไหนก็ได้ ทำให้หลายครั้งงานของเราไม่เสร็จตามที่วางไว้ จึงมีวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การทำงานที่บ้านของคุณมีประสิทธิภาพ   ตัดสิ่งรบกวนเวลาทำงาน การนั่งทำงานที่บ้านมักจะมีหลายสิ่งที่รบกวนสมาธิเรา ถ้าอยากทำงานให้ได้ประสิทธิภาพก็ต้องเลือกที่จะจัดการทุกอย่างรอบ ๆ ตัวให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นปิดโทรทัศน์ ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ และงดเล่น Social Media แล้วอย่าลืมคุยกับคนที่บ้านให้ดีด้วยว่าช่วงเวลาไหนบ้างที่เราจะต้องทำงาน เพื่อที่เขาจะได้ไม่เข้ามารบกวนและทำให้เราเสียสมาธิ วางตารางและแบ่งเวลาให้ดี เวลาที่เรานั่งทำงานอยู่ที่บ้าน จะไม่มีทั้งเพื่อนร่วมงาน และไม่มีหัวหน้าที่จะมาคอยควบคุม อาจทำให้ความตั้งใจที่จะทำงานให้เสร็จนั้นถูกเลื่อนออกไปได้ เราจึงต้องวางแผนและจัดการตารางการทำงานให้ดี เริ่มตั้งแต่กำหนดเดตไลน์ของงาน ทำ To-do list ในแต่ละวันและพยายามทำให้เสร็จตามเป้าหมายให้ได้มากที่สุด   อีกเรื่องที่ต้องมีวินัยและจัดการเวลาให้ดีก็คือ การแยกเรื่องงานออกจากชีวิตส่วนตัว แม้ว่าเราจะทำงานที่บ้านก็จริง แต่ถ้าต้องทำงานบ้าน ซักผ้า อาบน้ำให้หมาและแมว ก็ควรเก็บไว้ทำหลังจากเวลาที่เราทำงานหลักเสร็จแล้ว   แยกพื้นที่ทำงานกับพื้นที่พักผ่อนให้ชัดเจน หลายคนชอบยกคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานบนที่นอน บางคนก็มานั่งทำงานที่โซฟาพร้อมเปิดซีรีส์เกาหลีไปด้วย […]

Remote Working แนวคิดใหม่ที่พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้

“ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ เพียงแค่มีผลงานมีคุณภาพตรงตามเป้าหมายก็พอ” Remote Working เป็นแนวคิดใหม่ที่พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ และเป็นแนวคิดที่บางบริษัททดลองทำจริงแล้วค่อนข้างเกิดผลลัพธ์ที่ดี อย่างทุกวันนี้ที่คนทำงานหลาย ๆ คน ต่างให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป ทั้งชอบบรรยากาศสงบ ๆ ในการทำงาน ชอบที่ครื้นเครง แล้วจะไม่ดีเหรอถ้าเกิดเราสามารถกำหนดได้เอง เพื่อบรรยากาศที่เราสามารถทำงานได้อย่างถนัด และดึงศักยภาพของตัวเราเองออกมาได้อย่างดีที่สุด วันนี้จะมาเล่าข้อดีของแนวคิด Remote Working ต่อตัวองค์กรและพนักงาน ที่จะทำให้ภาพรวมผลงานและประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างชัดเจนกัน การทำงานแบบ Remote Working คือ การทำงานแบบ Remote Working เกิดความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่กลุ่ม Startup แต่ยังมีองค์กรใหญ่ ที่กำลังค่อย ๆ แทรกการทำงานแบบ Remote เข้ามาใช้ เพราะการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน จัดการ Work-Life Balance ให้ดี อาจเป็นแนวคิดที่ล้าหลังไปแล้ว ในเมื่อเรามีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามารองรับการทำงานโดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ ก็สามารถ Monitor และให้ Feedback ได้ทันที หลายบริษัทที่ค่อย ๆ นำการทำงานแบบยืดหยุ่นเข้ามาใช้ เช่น Flexible Hour ที่อนุญาตให้พนักงานจัดการเวลาการเข้าทำงานของตัวเอง หรือ Flexible Office ที่ไม่มีโต๊ะประจำให้พนักงานสามารถนั่งทำงานได้ทุกที่ในออฟฟิศ ข้อดีของการทำงาน Remote สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ตาม Co-working Space ที่บ้าน หรือกระทั่งบนเตียงนอน และหากเบื่อกับการทำงานบนที่นอนก็สามารถย้ายไปมุมห้องนั่งเล่นหรือตามสถานที่ต่าง […]

ความสุขสร้างได้ เคล็ดลับดีๆ ที่อยากบอกคนทำงาน

ทุกวันนี้เราใช้เวลาไปกับการทำงานที่หนักขึ้นและยาวนานขึ้น เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิต ซึ่งคนทำงานยุคนี้หลายคนก็คงเข้าใจแบบนี้เหมือนกัน หลายคนเริ่มไม่มีความสุขกับการทำงาน เพราะต้องเอาเวลาที่ใช้กับคนในครอบครัวไปทุ่มให้กับงานแถมยังไม่เหลือเวลาให้พักผ่อนหย่อนใจอีกต่างหาก นอกจากเรื่องเวลาแล้วการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงก็มีส่วนเหมือนกัน ถ้าใครปรับตัวไม่ทันก็ต้องพลาดตกเทรนด์ของการพัฒนา จนกลายเป็นคนทำงานที่ตกรุ่นไปได้ง่าย ๆ กลายเป็นความทุกข์ในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วจะทำยังไงดีให้ทำงานได้และมีความสุขด้วย​​ ? ตามไปดู 6 เคล็ดลับดี ๆ ที่นำมาฝากได้เลย     รู้เป้าหมายของเราก่อน การทำอะไรตามคนอื่นไปเรื่อย ๆ ไม่มีความสุขหรอก เพราะถ้าเราเห็นคนอื่นมีอะไรใหม่ก็ต้องทำตามเขาไปตลอด ลองนั่งคุยกับตัวเองดูว่าจริง ๆ แล้วเป้าหมายในการทำงานของเราคืออะไร อยากที่จะไปให้สุดในสายงานนี้ไหม? หรือเราอยากทำงานอะไรที่เปลี่ยนโลกได้ การเห็นเป้าหมายปลายทางนี่แหละที่จะช่วยให้เรารู้จักตัวเองชัดขึ้นและมีความสุขได้ง่ายขึ้น   อะไรไม่สำคัญก็ตัดทิ้งไป พอรู้เป้าหมายแล้ว เราจะเข้าใจได้ว่าอะไรบ้างไม่อยู่ในสิ่งที่ควรทำก็ตัดทิ้งไปจากชีวิต หลายครั้งมันแสดงออกมาในรูปแบบของความเฉื่อยชาในการทำงาน ความเซ็งที่ต้องทำเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ถ้าความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้นกับเราแล้ว  คงต้องหาทางแก้ไขอะไรบางอย่างแล้ว   ไม่ต้องเร่งตลอด ผ่อนคลายบ้าง หลายครั้งความทุกข์ก็ไม่ได้มาจากความผิดหวังอย่างเดียว มันมาจากความต้องการที่เมื่อได้สิ่งหนึ่งแล้วยังต้องวิ่งหาสิ่งต่อไปตลอด ถ้าอยากมีความสุขมากขึ้นต้องผ่อนคลายลงบ้าง ใช้ชีวิตให้ยืดหยุ่นกว่าเดิม ปล่อยคันเร่งแล้วพักสักนิด เราจะรู้สึกคลายกังวลและได้เห็นในมุมที่แตกต่างออกไป   แค่ผ่อนยังไม่พอ หยุดเลยแล้วกัน ถ้าแค่การผ่อนชีวิตจากงานยังไม่ทำให้เรามีความสุขขึ้น บางครั้งการ “หยุด” ไปเลยสักพักน่าจะดีกว่า แทนที่เราจะเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มกับงานเพียงอย่างเดียว ลองอยู่เฉย ๆ บ้าง สนุกกับชีวิต […]

1 2 3 64